รวมคำถาม
A: TimeMint เป็นระบบบันทึกเวลาทำงานที่ช่วยลดขั้นตอนการลงเวลาแบบเดิม ประหยัดเวลา และลดความผิดพลาดจากการทำงานเอกสาร ผู้จัดการสามารถดูรายงานได้แบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลไปประมวลผลต่อได้ง่าย
A: รองรับ โดยสามารถตั้งค่าการบันทึกเวลาด้วยพิกัดสถานที่ (GPS), ป้าย QR Code หรือ Beacon ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ได้ พร้อมตั้งค่ากะการทำงาน (Shift) และจัดกลุ่มพนักงานได้
A: ให้บริการผ่านระบบ Cloud ที่ CS Loxinfo Internet Data Center ซึ่งได้รับมาตรฐาน CSA STAR, ISO/IEC 27001:2022, ISO 22301:2019 และ ISO/IEC 20000-1:2018 ระบบเชื่อมต่อผ่านโปรโตคอล HTTPS มีการสำรองข้อมูลรายวันและเก็บรักษาไว้ 21 วัน รวมถึงรองรับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
A: ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มจำนวนพนักงานได้อย่างไม่จำกัด และสามารถซื้อเครดิตการใช้งานให้รองรับกับจำนวนของพนักงานที่เพิ่มขึ้นได้
A: ระบบรองรับการตั้ง "กลุ่มพนักงาน" เพื่อแบ่งการจัดการตามแผนกหรือสาขาได้แบบชั้นเดียว
A: ระบบมีการตรวจสอบการจำลองตำแหน่ง (Fake GPS) โดยอัตโนมัติ หากตรวจพบจะระงับบัญชีผู้ใช้งานทันทีและแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลระบบ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าบังคับให้พนักงานถ่ายภาพตัวเองทันทีภายใน 30 วินาทีขณะที่กดลงเวลาได้
A: สามารถส่งออกข้อมูล (Export) ออกมาเป็นไฟล์ Excel หรือ Text File ได้
A: ระบบสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงบนคอมพิวเตอร์
A: สามารถตั้งกลุ่มพนักงานตามแผนก สาขา หรือประเภทงาน เพื่อจัดการการตั้งค่าเฉพาะกลุ่มได้ (รองรับโครงสร้างแบบชั้นเดียว)
A: TimeMint คิดรูปแบบการใช้งานตามผู้ใช้งานจริง โดยมีเงื่อนไขในการหักเครดิตการใช้งานขั้นต่ำอยู่ที่ 10 เครดิต
A: เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคนไทยคอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอดวันและเวลาทำการ ผ่านช่องทางด่วน Line Official, โทรศัพท์สายตรง และระบบส่งตั๋วแจ้งปัญหาทางอีเมล
A: ระบบจะจำกัดการใช้งานให้ 1 อุปกรณ์ต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งานเท่านั้น โดยตรวจสอบจาก Device ID (IMEI หรือ MAC Address) หากมีการล็อกอินบนเครื่องใหม่ พนักงานจะยังไม่สามารถใช้งานได้ทันทีจนกว่าผู้ดูแลระบบจะกดอนุมัติอุปกรณ์นั้น
A: จัดการได้ผ่านเว็บไซต์สำหรับผู้ดูแลระบบและ HR (member.timemint.co)
A: ผู้ดูแลสามารถดึงรายงานในรูปแบบ Excel, Text File (Custom Template) หรือเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API เพื่อนำข้อมูลเวลาทำงานไปประมวลผลต่อในระบบเงินเดือนได้ทันที
A: รองรับการจัดตารางกะ (Shift Work) ที่มีความยืดหยุ่นหลากหลายรูปแบบ และสามารถกำหนดการบันทึกเวลาทำงานแบบข้ามวันได้
A: สามารถตั้งค่าเวลาทำงานแบบยืดหยุ่นผ่านเมนูโปรไฟล์มาตรฐานได้ (ตัวอย่างเช่น กำหนดให้เข้างานได้ตั้งแต่ 08:00-10:00 น. แต่ต้องทำงานให้ครบ 8 ชม.)
A: สามารถตั้งเงื่อนไขเวลานับการมาสายได้ เช่น ให้นับสายตั้งแต่นาทีแรก หรือเริ่มนับสายเมื่อเกินเวลาอนุโลม (ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการหักเงินระบุไว้ในเอกสารอ้างอิง)
A: รองรับเงื่อนไขการทบวันลาพักร้อน (Carry-over) โดยฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าล่วงหน้าได้เลยว่าต้องการให้สิทธิวันลาพักร้อนที่เหลือทบไปใช้ต่อได้กี่วัน รวมถึงกำหนดวันหมดอายุของโควตาที่ทบไปได้อย่างชัดเจน
A: ไม่จำเป็น สามารถดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างและนำเข้าข้อมูล (Import) ผ่านไฟล์ Excel เพื่อเพิ่มประวัติพนักงานหลายคนพร้อมกันในครั้งเดียวได้
A: ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดวันหยุดของบริษัท หรือวันหยุดพิเศษต่างๆ ขึ้นเองได้ พร้อมระบุเงื่อนไขให้แสดงผลบังคับใช้กับทั้งบริษัทหรือเฉพาะบางกลุ่มพนักงานได้
A: พนักงานสามารถยื่นขอ "ปรับปรุงเวลาทำงานย้อนหลัง" เพื่อยืนยันการเข้า-ออกได้ด้วยตนเองผ่านทางแอปพลิเคชัน
A: รองรับการขอล่วงเวลา (OT) ทั้งช่วงก่อนเริ่มงาน ระหว่างเวลางาน หรือหลังเลิกงาน
A: สามารถตั้งค่า Template ของ Text File ได้อย่างอิสระ เช่น การเลือกเครื่องหมายคั่นข้อมูล หรือจัดเรียงหัวตารางที่ต้องการ
A: ฟังก์ชันนี้รองรับการใช้งาน เมื่อฝ่ายบุคคลคำนวณเงินเดือนเสร็จสิ้นแล้ว สามารถอัปโหลดไฟล์รายงานสลิปเงินเดือนเข้าสู่ระบบ เพื่อให้พนักงานกดเปิดดูสลิปเงินเดือน (E-Slip) ของตนเองผ่านแอปพลิเคชันมือถือได้อย่างปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัว
A: สามารถพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธคำร้องได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน TimeMint Manager หรือตรวจสอบผ่านหน้าเว็บซึ่งจะมีการแจ้งเตือนในระบบหลังบ้านให้จัดการได้ในหน้าจอเดียว
A: เช็กได้ผ่านแอป TimeMint Manager ในเมนูสรุปภาพรวมประจำวัน หรือติดตามสถานะพนักงานผ่านข้อมูลบนหน้าจอ Big Screen ได้แบบเรียลไทม์
A: ระบบมีรูปแบบการอนุมัติให้เลือก 2 แบบหลัก คือ 1. ต้องอนุมัติทั้งหัวหน้างานและผู้ดูแลระบบ 2. ให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้อนุมัติ
A: สามารถเปิดดูสรุปภาพรวมการทำงานและรายการของพนักงานในทีมแบบรายวันได้จากแอป TimeMint Manager
A: ระบบมีฟังก์ชันอนุมัติแบบหลายรายการ ผ่านทาง service.timemint.co หัวหน้างานสามารถกดปุ่มเลือกคำร้องทั้งหมด หรือเลือกติ๊กเฉพาะรายการที่ต้องการตรวจสอบความถูกต้อง แล้วกดอนุมัติไปพร้อมกันในครั้งเดียวได้เลย
A: ผู้ดูแลสามารถเรียกดูรายงานแบบเจาะจงเฉพาะกลุ่มได้ และสามารถใช้จอแสดงผล Big Screen ที่แยกสถานะการบันทึกเวลาของพนักงานแต่ละคนให้เห็นได้อย่างทันเวลา
A: สามารถกดดูรายละเอียด วันที่ เหตุผล และไฟล์รูปแนบ (ถ้ามี) พร้อมดำเนินการกดพิจารณาคำร้องได้ทันทีจากหน้าจอเดียว
A: ในกรณีฉุกเฉิน ผู้มีอำนาจอนุมัติสามารถเป็นผู้ทำรายการลงเวลาแทนพนักงานได้ผ่านแอปพลิเคชัน TimeMint Manager
A: ระบบมีฟีเจอร์ Report ที่สามารถดึงข้อมูลรายงานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อนำไปวิเคราะห์และประเมินผลพนักงานตามนโยบายขององค์กร
A: ใช้งานโดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TimeMint บนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android จากนั้นเลือกลงเวลาผ่านการจับพิกัด GPS, สแกน QR Code หรือผ่านสัญญาณ Beacon (Bluetooth)
A: พนักงานสามารถยื่นลางานออนไลน์, ขอล่วงเวลา (OT), ตรวจสอบประวัติการทำงานในหน้าปฏิทินกิจกรรม, ยื่นขอปรับปรุงเวลาทำงาน หรือส่งคำขอเปลี่ยนกะงาน
A: ระบบจะเข้าถึงและบันทึกพิกัดสถานที่เฉพาะจากตำแหน่งจริง ณ ขณะที่พนักงานกดเพื่อบันทึกพิกัดในแอปพลิเคชันเท่านั้น ไม่มีการติดตามตลอดเวลา
A: ผู้มีอำนาจอนุมัติสามารถช่วยทำรายการลงเวลาแทนให้พนักงานได้ผ่านแอป Manager
A: ผู้ดูแลระบบจะต้องเข้ามาทำการ "อนุมัติอุปกรณ์ใหม่" ให้ในระบบก่อน เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ระบบจะทำการยกเลิกการผูกบัญชีเดิมโดยอัตโนมัติให้สามารถเริ่มใช้งานบนเครื่องใหม่ได้
A: พนักงานสามารถล็อกอินเข้าสู่ฟังก์ชันเอกสารเพื่อเรียกดูสลิปเงินเดือนย้อนหลังได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่ฝ่ายบุคคลขององค์กรเปิดสิทธิ์และอัปโหลดข้อมูลเข้าสู่ระบบหลังบ้าน โดยข้อมูลจะถูกเข้ารหัสและล็อกไว้ให้ดูได้เฉพาะบุคคลเท่านั้น
A: ทำได้ หากหัวหน้างานยังไม่ได้กดพิจารณาคำร้องนั้น พนักงานสามารถกดปุ่ม "ยกเลิกคำร้อง" ได้ทันที แต่หากหัวหน้างานกดอนุมัติวันลาไปเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะต้องยื่น "คำร้องขอยกเลิกวันลาที่อนุมัติแล้ว" เพื่อส่งไปให้หัวหน้างานกดอนุมัติเพื่อดึงโควตาวันลากลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง
A: สามารถตรวจสอบสิทธิวันลาคงเหลือของตนเองได้แบบเรียลไทม์
A: ระบบรองรับการบันทึกเข้า-ออกงานแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง สามารถให้พนักงานบันทึกเวลาได้ยืดหยุ่นตามนโยบายของบริษัท
A: ตัวระบบรองรับการใช้งาน 2 ภาษาหลัก คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
A: พนักงานสามารถใช้ฟีเจอร์ "ขอปรับปรุงเวลาทำงานย้อนหลัง" เป็นการทดแทนได้ในวันดังกล่าว
A: รองรับการทำงานร่วมกับ TimeMint Station ที่ติดตั้งบนแท็บเล็ต/iPad, สัญญาณระบุตำแหน่งจากอุปกรณ์ Beacon และเครื่องสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือแบรนด์ ZKTeco
A: เป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งบนอุปกรณ์แท็บเล็ตส่วนกลาง เพื่อให้พนักงานในพื้นที่สามารถสแกนบัตร สแกน QR หรือระบุตัวตนในการบันทึกเวลาได้ที่จุดๆ เดียว
A: อุปกรณ์ Beacon ทำหน้าที่ปล่อยสัญญาณ Bluetooth Low Energy (BLE) ช่วยในการควบคุมรัศมีตำแหน่ง ทำให้พนักงานต้องอยู่ในพื้นที่สัญญาณเท่านั้นจึงจะสามารถบันทึกเวลาได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับตึกสูงหรือสาขาร้านค้า
A: รองรับอุปกรณ์แบรนด์ ZKTeco (ตามรุ่นที่ระบบ TimeMint กำหนดไว้)
A: ไม่มีข้อมูลระบุไว้ในเอกสารอ้างอิง (เอกสารระบุเพียงว่ารองรับอุปกรณ์แบรนด์ ZKTeco ตามรุ่นที่กำหนด)
A: ไม่ต้อง ฮาร์ดแวร์ iBeacon ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงาน ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่หรือถ่าน AAA ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนาน 1-2 ปี สามารถนำไปติดตั้งแปะติดผนังตามจุดต่างๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการเดินสายไฟ
A: ผู้ดูแลสามารถกำหนดระยะการบันทึกเวลาได้ตั้งแต่ 3 เมตร ถึง 70 เมตร
A: ไม่จำเป็น อุปกรณ์เพียงแค่ต้องรองรับระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 15 ขึ้นไป หรือ Android เวอร์ชัน 9 ขึ้นไปที่ต้องมี Google Play Services ก็เพียงพอแล้ว
A: เครื่องสแกนใบหน้า ZKTeco ซีรีส์ใหม่ที่ทำงานบนเทคโนโลยี Visible Light (อาทิ รุ่น MB10-VL และ MB40-VL) มีอัลกอริทึมอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับขอบเขตโครงสร้างใบหน้าและยืนยันตัวตนพนักงานได้อย่างแม่นยำ แม้พนักงานจะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ก็ตาม
A: ข้อมูลจะถูกส่งไปยัง Cloud Server โดยอัตโนมัติ ผู้จัดการสามารถเห็นข้อมูลได้ทันทีแบบเรียลไทม์ผ่านระบบหลังบ้านและแอปพลิเคชัน TimeMint Manager
A: ข้อมูลไม่สูญหายแน่นอน ตัวเครื่องสแกนไบโอเมตริกซ์มีหน่วยความจำสำรองในตัวเอง (Offline Storage) จะทำการบันทึกข้อมูลเวลาของพนักงานสะสมเก็บไว้ในเครื่องก่อน และทันทีที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับมาใช้งานได้ ตัวเครื่องจะทำการ Sync และส่งข้อมูลที่ค้างอยู่ขึ้นสู่ระบบคลาวด์ TimeMint ให้อัตโนมัติ
A: ระบบไม่ได้จำกัดว่าองค์กรจะต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง องค์กรสามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายประเภทผสมผสานกันตามความเหมาะสม และระบบจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ส่วนกลางให้โดยอัตโนมัติ
A: TimeMint AI Connect คือ นวัตกรรมการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI พัฒนาบนโครงสร้าง GPT) เข้ากับฐานข้อมูลเวลาทำงานขององค์กรโดยตรง ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลตัวเลขเวลาที่ซับซ้อนให้กลายเป็นคำตอบ ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูบทวิเคราะห์การเข้างาน ประสิทธิภาพ และสรุปงบประมาณเวลาทำงานในรูปแบบข้อความสรุปเนื้อหาที่เข้าใจได้ทันที
A: สามารถเชื่อมต่อบริการ Telegram Notify เพื่อส่งการแจ้งเตือนต่างๆ แบบเรียลไทม์ไปยังผู้ดูแลหรือกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถติดตามรายการความเคลื่อนไหวได้สะดวกแม้ไม่ได้เปิดแอป TimeMint ทิ้งไว้
A: ระบบ AI จะเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถิติเวลา ขาด ลา สาย และโครงสร้างเวลาตามที่ผู้ใช้งาน "สั่งการและอนุญาต" เท่านั้น ภายใต้โปรโตคอลรักษาความปลอดภัยของระบบคลาวด์ระดับสูงสุด ข้อมูลพนักงานจะถูกปกป้องเป็นความลับและไม่มีการนำไปเผยแพร่ภายนอกระบบอย่างแน่นอน
A: ฟีเจอร์ระบบ AI Connect ได้รับการรวมสิทธิการเข้าถึงไว้ในแพ็กเกจการใช้งานแบบองค์กร (Enterprise Package) หรือตามโควตาการบริหารสิทธิ Digital User Credits ระดับสูงบางประเภทอยู่แล้ว โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าเปิดระบบรายเดือนซ้ำซ้อน สามารถติดต่อทีมฝ่ายขายเพื่อขอเปิดใช้งานได้ทันที
A: ได้ AI สามารถประมวลผลสถิติย้อนหลังเพื่อค้นหาความผิดปกติ (Anomaly Detection) เช่น พยากรณ์และแจ้งเตือนพนักงานที่มีพฤติกรรมเริ่มมาสายบ่อย หรือลากิจถี่ขึ้นผิดปกติในช่วงระยะเวลาล่าสุด เพื่อให้ฝ่ายบุคคล (HR) นำข้อมูลไปใช้วางแนวทางพูดคุยช่วยเหลือพนักงาน หรือประเมินความเสี่ยงในการลาออก (Turnover Risk) ล่วงหน้าได้
A: ไม่ต้องพิมพ์โค้ดหรือคำสั่งทางเทคนิคเลย ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์สื่อสารสอบถามด้วย "ภาษามนุษย์ปกติ" (Natural Language) ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น พิมพ์สั่งว่า "ช่วยสรุปรายชื่อพนักงานที่ขาดงานวันนี้ให้หน่อย" หรือ "ขอยอดรวมชั่วโมงโอทีของเดือนที่แล้ว" ระบบ AI จะประมวลผลและพิมพ์ตอบกลับทันที
A: ปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากบัญชี Telegram ที่จะสามารถเชื่อมต่อสั่งการบอทได้ จะต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication) และต้องได้รับการผูกรหัสบัญชีจากผู้ดูแลระบบในระบบหลังบ้านของ TimeMint Portal เท่านั้น บุคคลภายนอกจึงไม่สามารถทักแชทมาดึงข้อมูลของบริษัทได้
A: สามารถทำได้ โดยการดึงบอทแจ้งเตือนของ TimeMint เข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มแชท (Group Chat) ของ Telegram ประจำแผนกหรือประจำกลุ่ม HR เวลามีพนักงานในแผนกนั้นๆ ส่งคำร้องขอลาหยุดหรือขอทำโอที ข้อความแจ้งเตือนจะส่งเข้ากลุ่มแชทรวมทันที ทำให้หัวหน้างานทุกคนในกลุ่มรับทราบสถานะได้พร้อมกัน
A: สามารถติดต่อผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท
A: สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
A: สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
A: สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้