บทความ : เลือก "เงื่อนไขการนับสาย" แบบไหน?
เพราะแต่ละองค์กรมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน TimeMint จึงเปิดโอกาสให้คุณ "ออกแบบกฎกติกาการมาสาย" ได้เอง เพื่อให้เหมาะสมกับการบริหารงานและพนักงานของคุณ โดยสามารถเลือกตั้งค่าได้ 3 รูปแบบ ดังนี้
กฎนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการวินัยสูง หรือมีลักษณะงานเป็นกะที่ต้องรับช่วงต่อทันที
หลักการทำงาน: ทันทีที่เลยเวลาเข้างานที่กำหนด ระบบจะเริ่มนับเป็น "สาย" ทันทีตั้งแต่นาทีที่ 1
ตัวอย่าง:
เวลาเข้างาน: 08:00 น.
พนักงานสแกนนิ้ว: 08:10 น.
ผลลัพธ์: ระบบนับสาย 10 นาที
🎯 เหมาะสำหรับ: โรงงานสายการผลิต, งานบริการลูกค้า (Call Center), หรือธุรกิจร้านค้าที่มีเวลาเปิด-ปิดแน่นอน
กฎนี้ช่วยลดความตึงเครียดเรื่องการเดินทาง เหมาะสำหรับออฟฟิศทั่วไปที่เข้าใจปัญหาจราจร แต่ยังคงต้องการควบคุมวินัย
หลักการทำงาน: กำหนดช่วงเวลา "อนุโลม" (เช่น 15 นาที) หากมาภายในเวลานี้ ไม่ถือว่าสาย แต่หากเกินแม้แต่นาทีเดียว ระบบจะ นับรวมเวลาทั้งหมด ตั้งแต่เวลาเข้างานจริง
ตัวอย่าง (อนุโลม 15 นาที):
กรณี A: เข้างาน 08:10 น. (ไม่เกิน 15 นาที) -> ไม่ถือว่าสาย ✅
กรณี B: เข้างาน 08:25 น. (เกินระยะอนุโลม) -> ระบบนับสาย 25 นาที (ไม่ใช่ 10 นาที) ❌
🎯 เหมาะสำหรับ: สำนักงานทั่วไป, หน่วยงานราชการ หรือบริษัทที่อยู่ในพื้นที่การจราจรหนาแน่น
ตอบโจทย์วิถีการทำงานยุคใหม่ เน้น Work-Life Balance โดยโฟกัสที่ "ชั่วโมงการทำงานครบ" มากกว่าเวลาเข้างานที่ตายตัว
หลักการทำงาน: กำหนด "ช่วงเวลาเข้างาน" (เช่น 08:00 - 10:00 น.) พนักงานจะเข้างานตอนไหนก็ได้ในช่วงนี้ แต่ต้อง ทำงานให้ครบจำนวนชั่วโมง ตามที่บริษัทกำหนด (เช่น 8 ชม.) เวลาเลิกงานจะขยับตามเวลาเข้าจริง
ตัวอย่าง:
เวลาทำงานปกติ: 08:00 - 17:00 น. (ช่วง Flexible 08:00 - 10:00 น.)
พนักงานเข้างาน: 08:30 น.
ผลลัพธ์: ต้องเลิกงาน 17:30 น. เพื่อให้ครบ 8 ชั่วโมง
🎯 เหมาะสำหรับ: ธุรกิจ Tech Startup, เอเจนซี่โฆษณา, งานสายครีเอทีฟ หรือตำแหน่งที่ไม่ต้องประสานงานกับลูกค้าในช่วงเช้าตรู่
การตั้งค่าที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยให้ HR ทำงานง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานได้อีกด้วย ลองเลือกรูปแบบที่ใช่สำหรับทีมของคุณใน TimeMint ได้เลย
02/02/2026
สอบถามรายละเอียดเพิ่มสามารถติดต่อได้ที่
เวลาทำการ จ-ส (เวลา 08:00-17:30) เบอร์โทรศัพท์ 02-463-6493 098-838-3909 098-016-1524 092-279-9484